posted on 04 Dec 2009 20:47 by moofisho in diary
หากไม่ผูกสัมพันธ์กับนานาสรรพสิ่ง
อาจไม่รู้สึก...อย่าง ณ ขณะนี้
รับรู้อย่างที่มันเป็น
...
ครึกครื้น หรือ เปลี่ยวเหงา
อ่อนโยน หรือ กักขฬะ
ดอกไม้สวยสด หรือ เศษวัชพืชไร้ค่า
สายน้ำพลิ้วไหว หรือ กองขยะอวลอบด้วยอาจม
ความสว่างใสประกายแห่งความหวัง หรือ ความมืดดำที่ไร้จุดสิ้นสุดและทางออก
เมตตาอารีต่อสรรพสิ่งและเพื่อนชีวิต หรือ ทารุณต่อทุกชีวิตอย่างไร้ซึ่งหัวใจ
ไม่ว่าจะ สวยงาม หรือ ทรามเลว
ไม่ว่าจะ บวก หรือ ลบ
ไม่ว่าจะ ขาว หรือ ดำ
และไม่ว่าจะอะไร หากไม่เอาใจไปผูกสัมพันธ์
รับรู้และสัมผัสเพียงแค่ขณะนั้น
อาจผูกพันและลึกซึ้งยิ่งกว่า
ผูกพันอย่างไร้ซึ่งพันธนาการและโซ่ตรวนใดๆ
...
หากไม่ผูกพันกับนานาสรรพสิ่ง อาจไม่รู้สึก...อย่าง ณ ขณะนี้
ไม่เหงา ไม่คว้าง ไม่หนักอึ้งในห้วงความรู้สึก
รับรู้อย่างที่มันเป็น
ใช่ -- ต่อให้ดีร้าย สวยทราม
ไม่นานมันก็พ้นผ่าน
เฉกเช่นครั้งที่มันได้ผ่านเวียนเข้ามาในชีวิต
posted on 28 Nov 2009 19:46 by moofisho
เธอเคยเห็นบ้างไหม โลกเราที่สวยสดใส
จากรอยยิ้มของคนทั่วไป ที่มีให้กัน
และเธอเคยเห็นบ้างไหม โลกที่เป็นเหมือนดังความฝัน
ที่คนทุกคนนั้นแบ่งความรักให้กัน
อยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจ
อยากให้เธอได้เห็นอย่างฉัน...เหมือนกัน
ไม่มีฉันและเธอ ไม่มีพวกเขาหรือว่าพวกไหน
มีแต่พวกเราที่จะเข้าใจ ซึ่งกันและกัน
ไม่ว่าภาษาอะไร ไม่มีใครที่คอยแบ่งฉัน
เพราะเราทุกคนนั้นเท่าเทียมกัน
อยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจ
อยากให้เธอได้เห็นอย่างฉัน
หลับตาแล้วลืมว่าเป็นใคร จับมือกันพูดด้วยหัวใจ
และจะเดินเคียงข้างกันไปจากนี้
เก็บเวลาและภาพดีๆ เป็ดใจรับความรักที่มี
ให้ใจฉันกับเธอนั้น พูดภาษาเดียวกัน...จากนี้
หลับตา --P.O.P
OoOoOoOoOoOoOoO
หลับตาฟังเสียงพี่นภ ยิ้ม เป็นสุขอย่างไม่มีเหตุผล
เชื่อ ว่าโลกใบนี้มันยังมีแง่งามอีกมาก
เป็นความงามที่ผลิบานอยู่ตามที่ต่างๆ
ความงาม บาง เบา และเล็ก เสียจนเราอาจไม่ระคายผิวเมื่อสัมผัสกับความงามเหล่านั้น
ไม่รู้สึก พาลให้หลงลืมถึงความมีตัวตนอยู่ของความงาม
น่าเสียดาย หากใครต่อใครมัวแต่ให้ความสำคัญกับสิ่งแย่ๆ
น่าเศร้าใจ ไม่นานมันคงเฉา ทั้งคน และ ความงาม
นานแค่ไหนแล้ว ที่เราไม่ได้ยิ้มให้กันและกัน
รอยยิ้มคงไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะ สองคนที่รู้จักกันเท่านั้นหรอกกระมัง
เคยยิ้มให้กับคนที่ไม่รู้ัจัก คนที่แทบจะเรียกว่าคนแปลกหน้าได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจไหม
แม้ไม่ใช่ความสุขที่ยิ่งใหญ่ ไม่ได้มากมาย หากมันก็เพียงพอ
ช่างหัวเหตุผลมันบ้างก็คงไม่ผิดบาปอะไร
ปล่อยเป็นหน้าที่ของหัวใจและความรู้สึกในบางเวลา
ความงาม กำลังผลิบานอยู่ในทุกหนแห่ง
หากเรามองอย่างเปิดใจ เราจะเห็น
เพราะความงาม อยู่ใกล้...กว่าที่เราคิด
แด่...ดวงตาและหัวใจที่เปิดรับความงามที่กำลังผลิบานบนผืนดิน
posted on 26 Nov 2009 20:31 by moofisho
กิ๊ก ผู้หญิง / ภูมิ ผู้ชาย / เดิน เดิน เดิน / มหาวิทยาลัย / กลางวัน ค่อนบ่าย / ชายกลางคน / มอซอ / ขอเงิน / ไม่น่าไว้ใจ / กลัว / เดินหนี / ... / ... / "กาแฟแก้วนี้ตั้งหลายบาท" / กิ๊ก / ภูมิ / เดินกลับไป /
...
.....
.......
รถตุ๊กตุ๊ก / คนขับ / ชายมอซอ / ขอเงิน / ตะเพิด / ขับไล่ / กิ๊ก / ภูมิ / เหรียญสิบเบี้ยวบุบ /
...
.....
.......
/ "ขอให้พี่ได้เรียนสูงๆ" /
...
.....
.......
/ โอกาส / ข้อจำกัดทางสังคม / ความแตกต่าง / ความหลากหลาย / ความจริงของชีวิต /
...
.....
.......
ความประทับใจจากคนฟัง
ความสะเทือนใจจากคนที่พบด้วยตัวเอง
ความไม่มีทางเลือกของใคร...อีกหลายคน
ในความไม่มีทางเลือก
อย่างน้อย เขาเลือกที่จะไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
ในความที่มีทางเลือก...มากเกินไป
บางคนกลับเลือกทางที่เบียดเบียนและทำร้ายคนอื่น
...
ความซ้ำซากของเหตุการณ์เดิมๆ บนสังคมกว้างใหญ่
สังคมกว้าง
แต่กับใจคนในสังคม...มันอาจแปรผกผันกัน?
...
เรื่องราวเดิมๆ ที่ยังคงเกิดขึ้นเสมอในสังคมนี้
เรื่องราวเดิมๆ ที่ยังคงเกิดขึ้นและดำเนินไปทุกวัน
เรื่องราวเดิมๆ ที่ยังคงไม่มีจุดสิ้นสุด
...แด่ทุกชีวิตที่ยังคงมีลมหายใจ
ยังมีแรงดิ้นรนต่อไปบนโลกใบนี้...
posted on 21 Nov 2009 10:48 by moofisho
posted on 22 Oct 2009 12:04 by moofisho in notebook
๑
ถ้านี่
คือ ครั้งสุดท้าย ของการสื่อสารผ่านตัวอักษรไทยทั้ง ๔๔ ตัว
ถ้านี่ คือ วันสุดท้ายของการมีชีวิตอยู่บนโลกใบเบี้ยวๆ นี้
ทั้งคุณและฉันจะรู้สึกอย่างไร?
และถ้านี่
ไม่ใช่เรื่องสมมติ ที่จั่วหัวขึ้นมาเพื่อเรียกร้องความสนใจ หากว่าไม่มี
'ถ้า' หากว่ามันคือเรื่องจริง
ทั้งคุณและฉันจะรู้สึกเช่นไร?
'ครั้งสุดท้าย'
คำสั้นๆ ง่ายๆ สามคำ มีความหมายแค่ไหนกัน?
๒
ครั้งสุดท้าย
ของการร้องแรกแหกกระเชิงเวลาอยากได้ของเล่นชิ้นใหม่
ครั้งสุดท้าย
ของการถูกครูหวดไม้เรียวฟาดก้นท่ามกลางสายตาเพื่อนทั้งห้อง
ครั้งสุดท้าย
ของการนั่งจ้องกุลีกุจอจดตามที่ครูเขียนบนกระดานดำ
ครั้งสุดท้าย
ของการนั่งคุยนั่งขำในวงกินข้าวพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก
ครั้งสุดท้าย
ของการถูกคนใจร้ายหลอกลวงอย่างไร้ซึ่งความปรานี
ครั้งสดท้าย
ของการนั่งเรียนกับเพื่อนซี้ในรั้วมหาวิทยาลัย
ครั้งสุดท้าย
ของการที่จะยอมไว้เนื้อเชื่อใจใครสักคน
ครั้งสุดท้าย
ของการวิ่งวนเวียนว่ายอยู่ในโลกที่แสนกว้างใหญ่
ครั้งสุดท้าย...
๓
เรื่องที่มีความสุข สร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ
และความทรงจำที่ดีให้ ครั้งสุดท้าย สำหรับเรื่องราวเหล่านั้น
เราคงอดไม่ได้ที่จะรู้สึก เหงา อ้างว้าง และใจหายอยู่ไม่น้อย
ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเรื่องราวเหล่านั้น
ที่ดำเนินมาจนกลายเป็นความ 'ผูก' 'พัน' ที่ยากจะ 'สาง' และ 'แก้'
ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ทำให้ใจหาย มาก-น้อย ต่างกันไป
และเพราะว่าเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับ แต่ก็ต้องยอมรับอย่างจำนนและหลีกเลี่ยงไม่ได้
ว่านับจากนี้ไปมันจะไม่มีวันเวลาเหล่านั้นอีกแล้ว
หรือหากจะเกิดขึ้น ก็คงเป็นเรื่องที่ยากพอดู
ในทางกลับกัน
หากเรื่องราวเหล่านั้นเป็นเวลาแห่งความเลวร้าย
มีแต่สะเก็ด รอยแผลเป็น เสียงร้องไห้และคราบน้ำตา
เป็นช่วงเวลาที่ไม่ชวนให้จดจำแต่อย่างไร
แม้จะไม่น่าจดจำ หากก็ไม่สามารถลืมมันได้สักที
หนักเข้าไปกว่านั้น
หลายคนเต็มใจที่จะฝังตัวอยู่กับความเจ็บปวดไปตลอดกาล
บริโภคความทรมานเป็นดั่งขนมหวานที่กินจนติด
มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อเป็นเบาหวานขั้นสุดท้ายเสียแล้ว
สำหรับช่วงเวลาที่เลวร้าย ครั้งสุดท้าย
อาจหมายถึงความโล่งใจ และความหวังว่าจะได้พบกับสิ่งดีๆ ที่รออยู่ข้างหน้า
แต่ก็ใช่จะมีใครรับประกันได้ว่า
ครั้งต่อไปที่เฝ้ารอคอย จะเป็นเรื่องราวคนละอย่างกับสิ่งเลวร้ายที่เพิ่งจบลง
ต่อจากขนมหวานถ้วยสุดท้าย อาจเป็นขนมหวานถ้วยต่อไป
ต่อไป ต่อไป
...ไม่รู้จบ...
๔
ครั้งสุดท้าย
มีความหมายแค่ไหนกัน?
บางคน
ครั้งสุดท้าย ก็เป็นแค่หนึ่งในหลายๆ ครั้ง ไม่ว่าจะครั้งไหนก็ไม่ต่างอะไร ครั้งสุดท้าย
สำหรับคนเหล่านั้นจึงไม่ได้มีค่าหรือความสำคัญเป็นพิเศษ
และครั้งสุดท้ายก็อาจไม่มีความหมายหรือไม่มีวันได้สัมผัส เพราะหลายคนที่ยังไม่มีแม้แต่..ครั้งแรก...เลยด้วยซ้ำ
ไม่มีแม้กระทั่งครั้งแรก
–
ไม่เริ่มเดินก้าวแรก
...ก็คงไม่มีวันไปถึงยังจุดหมายปลายทาง...
แต่สำหรับอีกหลายคน
ครั้งสุดท้าย ก็มีความหมายและความสำคัญ จึงได้ใช้โอกาสของการเป็น
ครั้งสุดท้าย ทำให้มันมีคุณค่า น่าจดจำ และพิเศษกว่าครั้งใดที่ผ่านมา
ว่าแต่
ครั้งสุดท้ายมันต่างจากครั้งรองสุดท้ายตรงไหน?
ใช่หรือไม่
ครั้งสุดท้าย
ก็เป็นเพียงอีกหนึ่งครั้งที่มันดันบังเอิญมาอยู่ที่ตำแหน่งสุดท้ายของเส้นทางเท่านั้น
ใช่หรือไม่
ว่ามันคงจะดีกว่า หากเราทำทุกๆ ครั้งให้มีคุณค่าและน่าจดจำ
ทำโดยไม่ต้องรอให้ถึงครั้งสุดท้าย
รอให้ฆ้องวงขึ้นบรรเลงดนตรีเป็นฤกษ์งามยามดีแล้วถึงค่อยลงมือทำ เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า
ครั้งไหนจะเป็นครั้งสุดท้าย
จะรู้ก็ต่อเมื่อมันได้เกิดขึ้นและผ่านไปแล้วเท่านั้น
ซึ่งหากได้ผ่านไป
ก็คงไม่อาจย้อนวันเวลากลับคืน
ใครจะรู้
ว่าครั้งสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่?
๕
ฉันเองก็ตอบไม่ได้ว่า
นี่เป็นการสื่อสารผ่านตัวอักษรครั้งสุดท้ายหรือไม่ (แต่หวังว่าจะไม่ใช่)
เช่นกันกับลมหายใจและชีวิต
ที่ไม่มีใครคาดคิดและล่วงรู้ได้เลยว่า
... ครั้งสุดท้าย มันจะมาถึงเมื่อไร?
posted on 15 Oct 2009 18:13 by moofisho
'อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ'
ได้ิยินมานาน อยากรู้ว่าใครเป็นคนว่าไว้
คงไม่แคล้วเป็น "เค้า" คนนั้นอีก
"เค้าว่าไว้..."
ว่าแต่ไอ้เค้านี่มันใครกัน?
ช่างเถอะ
แต่...ไม่ควรเอาพิมเสนไปแลกกะเกลือจริงหรอ?
...
เหมือนเกลือจะไร้ค่า เมื่อเทียบกับพิมเสน
แต่เท่าที่สมองรับรู้ เกลือ ในอดีตมีค่าราวกับทองมิใช่หรือ?
ไม่รู้
มันเป็นเรื่องของที่มาของสำนวนที่ฉันไม่ได้เป็นผู้คิด
สำหรับชีวิตจริง
เราทนและระงับข่มใจไม่ให้ 'เอาพิมเสนไปแลกเกลือ' กันได้จริงๆ น่ะเหรอ?
ทำได้ แต่มันคงยากถึงยากมาก
...อย่าลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับสิ่งโสมม...
...อย่ายอมแลกกับสิ่งที่มันไม่มีค่าพอ...
...อย่าไปต่อว่าและด่าทอคนที่มารยาททราม...
...
เราต่างรู้ดีว่ามันไม่คุ้มกัน
พิมเสนกับเกลือ 'ค่า' และ 'ราคา' ของมันย่อมต่างกันอยู่แล้ว
แม้อยากจะลองแลกดูสักตั้งก็เถอะ
แต่อย่างว่า
พิมเสน...ยังไงก็มีกลิ่นหอม
ในขณะที่เกลือ...กินไม่ระวัง มันจะเป็นโรคไตเอา
ไตวาย เดี๋ยวมันจะ ตายไว
ก็ปล่อยให้เกลืออยู่ของเค้าไปยังงั้นล่ะดีแล้ว
ไม่นานก็แพ้ภัย และเป็นโรคไตไปเอง