"ที่พักพิง"

posted on 09 Jul 2011 00:20 by moofisho in watercolorofBubbha
 
 
 
"ที่พักพิง"

ภาพจากหนังเกาหลี 'on air' น่ารักดี
เป็นหมอนที่หนุนแล้ว 'สบายใจ' กว่าใบไหนๆ ในโลก

ปล. รู้สึกไม่ได้จับอุปกรณ์ศิลปะนานมากกกกก (นานเกินไปด้วยซ้ำ)
กลับมาวาดอีก รู้สึกดีจัง
 

เหตุผลของคนมองฟ้า

posted on 01 Jun 2011 22:20 by moofisho in watercolorofBubbha
 
 
 
ในวันที่เหนื่อยล้ากับเรื่องราวมากมาย
ในวันที่ยังหาคำตอบให้กับบางอย่างในชีวิตไม่ได้
ฉันเลือกที่จะแหงนหน้ามองฟ้า มองจันทร์

...

ไม่มีถ้อยคำใดจากฟากฟ้า
ไร้สรรพสำเนียงใดจากพระจันทร์
กระทั่งบางวัน แสงจันทร์ก็หลบมุมอยู่หลังม่านเมฆ

แต่ใช่หรือไม่, ที่จันทร์ก็ยังคงส่งแสง
ยังคงทำหน้าที่เช่นนี้เรื่อยไป
เมื่อวันหนึ่ง วันใด ที่ 'ม่านเมฆ' เลือนหาย
แสงจันทร์ที่สว่างใสก็จะปรากฏเช่นเดิม

...

ทุกสิ่งล้วนต้องการเวลา
และอาศัยจังหวะที่เหมาะสม

เพียงเธอรู้จักรอ
และเพียรทำหน้าที่ของเธอต่อไป
 

อย่างน้อยก็ได้เลือก

posted on 29 May 2011 09:08 by moofisho in myproject
 
 

บุปผาไม่รู้ว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่มันดี มันเหมาะสมกับบุปผาไหม
และที่สุดแล้ว จะทำมันสำเร็จหรือไม่ , บุปผาก็ไม่แน่ใจ

แต่อย่างน้อย บุปผาก็ได้ "เลือก"

และหากทั้งหมดที่ทำมามันจะผิดพลาด ไม่เป็นไปอย่างที่คิด

ก็ขอให้มันเกิดจากการเลือกของบุปผาเอง
 

สวัสดี กับการเริ่มต้นชีวิตปีที่ 24

ผ่านไปแล้วกับวันเกิดครบสองรอบ ไวมาก

แต่มันก็เป็นเรื่องปกติของเวลา ที่เรามักจะรู้สึกว่าผ่านไปไวเสมอ เมื่อหวนนึกถึงมัน

 

วันเกิด จะถือว่าเป็นวันธรรมดาอีกหนึ่งวันก็คงใช่แต่สำหรับฉัน มันคือวันที่ "พิเศษ" มากๆ

ไม่ใช่พิเศษที่งานเลี้ยงวันเกิด เพราะมันไม่เคยมี

ไม่ใช่พิเศษที่เจ้าของวันเกิด เพราะฉันเป็นเพียงจุดเล็กๆ เท่านั้น

แต่วันนี้พิเศษ เพราะเป็นวันที่แม่เสี่ยงชีวิตมากที่สุด เจ็บปวดที่สุด และใกล้ความตายมากที่สุด

กับการให้กำเนิด "ชีวิต" หนึ่งขึ้นมา

ชีวิต ที่มีค่ามากที่สุดสำหรับพ่อแม่ และเป็นชีวิตที่ฉันจะทำให้มันมีค่า ทั้งกับตัวเองและพวกเขาด้วย

สำหรับฉัน, วันเกิดจึงเป็นวันที่ระลึกถึงพ่อกับแม่ เพราะความพิเศษมันอยู่ตรงนั้น

 

เหมือนกับทุกๆ ปี

วันเกิดปีนี้ ตื่นขึ้นมารับพรจากพ่อกับแม่แต่เช้า ไปใส่บาตรที่ตลาด

พ่อแม่พาไปกินข้าวเย็นล่วงหน้าหนึ่งวัน พ่อ แม่ ฉัน พี่ชาย พี่สาว

ได้กินข้าวพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัวมันเป็นเรื่องที่มีความสุขมาก

ยิ่งโตขึ้น ยิ่งรู้สึกว่า การได้อยู่กับ "ครอบครัว" เป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดจริงๆ

 

แม่ถามว่า วันเกิดปีนี้อยากได้อะไร

ตอบไปว่า "ไม่อยากได้อะไร ก็แม่ให้หนูมาหมดแล้ว"

เพราะของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุด ที่พ่อกับแม่ให้ลูกมา คือ ชีวิตและความรักทั้งหมดที่มี

 

วันเกิดในแต่ละปี

1 ปีที่เพิ่มขึ้น มันหมายความว่าเราเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกหนึ่งปี

ขณะเดียวกัน, มันก็หมายความว่าพ่อแม่ก็แก่ลงไปอีกหนึ่งปี

อายุลูกที่เพิ่มขึ้น มันเท่ากับเวลาของพ่อแม่ที่เหลือน้อยลงเช่นกัน

 

คำอธิษฐานสำหรับวันเกิดปีนี้

จึงอยากขอให้พ่อกับแม่มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข และใช้เวลาร่วมกันกับลูกไปอีกนาน

 

เพราะวันเวลา มันผ่านไปไว

และเป็นเช่นนั้นเสมอ เมื่อเราย้อนกลับมานึกถึงมัน

 

...

 

ขอบคุณ "พ่อแม่" ที่ได้ให้ชีวิตลูก และความรักทั้งหมดที่มี

ขอบคุณ "เพื่อน พี่ น้อง" ทุกคน สำหรับพรดีๆ และสิ่งสวยงามที่มอบให้

ขอบคุณ, ที่ทำให้ได้พบ ได้รู้จัก ได้สัมผัสกับสิ่งที่มีค่าและสวยงามบนโลกใบนี้
 
 

"ถนนสายยาวที่เราเดินเคียงกันไป"

34 ปี เป็นตัวเลขที่น่าสนใจ
เพราะมันยาวนานมากสำหรับชีวิตคู่
แต่ที่น่าสนใจกว่านั้น
คือสิ่งที่ทำให้ทั้งคู่ "เดินร่วมกัน" มาจนถึงวันนี้ได้

แด่ พ่อและแม่่่
ครบรอบวันแต่งงานปีที่ 34

...

ภาพนี้เกิดจากความชอบส่วนตัว
ที่ชอบมองด้านหลังของผู้คน

เพราะมันจะเห็นธรรมชาติ
ที่ไม่ได้เสกสรรค์ปั้นแต่งของคนเหล่านั้น
และมันมีเรื่องราวเบื้องหลัง
ที่หลายคนอาจไม่ได้ให้ความสำคัญ
 

"นักเดินทาง"

posted on 06 Apr 2011 19:33 by moofisho
 
 


เราอาจมีคำถามมากมายระหว่าง "การเดินทาง"
ไม่รู้หรอก คำตอบมันคืออะไร
ไม่รู้ว่า ปลายทาง มันอยู่ตรงไหน
อาจไม่รู้แม้กระทั่งว่า
ไม่มีคำตอบ สำหรับคำถามพวกนี้

เราแค่ เดิน เดิน เดิน
ไปบนเส้นทางที่เราเป็นผู้ "เลือก" มันด้วยตัวเอง

...
ไม่รู้, ก็ช่าง
ตราบใดที่ยังมีความสุขกับมันก็พอ
 


มันเริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆ เพียงแค่ชวนเพื่อนไปงานสัปดาห์หนังสือ
โดยไม่ได้คาดคิด มันได้กลายเป็นทริป(ที่ยิ่งกว่า)เล็กๆ สั้นๆ และแสนจะธรรมดา
แต่คงจะอยู่ในความทรงจำของมนุษย์เล็กๆ คนนี้ไปอีกนาน

ออกจากนครปฐมกับกระเป๋าเสื้อผ้าเล็กๆ หนึ่งใบ เดินทางเข้ากรุงเทพอีกครั้ง
เพียงไม่กี่เดือนแต่ทำไมมันช่างรู้สึกไม่คุ้นเคยเลยสักนิด ทั้งรถรา ผู้คน ถนนหนทาง
หากจะวาดเป็นภาพแทนความรู้สึก ณ ขณะนั้น

คงเป็นภาพที่มนุษย์คนหนึ่งก้าวเท้าอย่างเนิบช้า ท่ามกลางผู้คนและสภาพแวดล้อมที่พร่าเลือน

แต่ความวุ่นวายภายนอก มันกลับทำให้ฉันได้ยินเสียงความคิด ความรู้สึกของตัวเองได้ชัดขึ้น

และที่สำคัญ มันทำให้ได้รู้ชัดว่า
ความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานที่  แต่มันอยู่ที่ "บุคคล" ที่เราอยู่ด้วยมากกว่า

..
ไปตัดผม ได้คุยกับพี่ช่างหลายเรื่อง เรื่องอาชีพ เรื่องเรียน เรื่องความไม่แน่นอนของชีวิต
ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ เรื่องจิปาถะมากมาย ตั้งแต่คำถามหนักๆ ไปจนถึงคำถามที่ว่า

"น้อง ไม่เจอกันนาน พี่อ้วนขึ้นมั้ย?"
"ไม่อ้วนนะ พี่ก็เหมือนหนูนั่นแหละ กินดีอยู่ดีเกิน"

เป็นการตัดผมที่มีความสุขมาก เหมือนได้กลับมาหาพี่ เพื่อน ที่สองสามเดือนได้เจอกันครั้งหนึ่ง

..
ค้างกับเพื่อนสนิท ได้คุยกันหลายเรื่อง ได้บ้าบอด้วยกัน ได้แบ่งปันสุขทุกข์ที่ผ่านมา ได้นินทาชาวบ้าน
ได้เชียร์เดอะสตาร์ด้วยกัน แม้จอทีวีจะเล็กเท่าฝ่ามือ ได้เพ้อฝันด้วยกัน ไปจนถึงเพ้อเจ้อด้วยกัน
เป็นสองคืนที่ได้ใช้ชีวิตแบบตามใจฉัน แบบไม่มีตารางชีวิตและหน้าที่มากำหนด
เป็นสองคืนที่กินกระจาย และได้กลับไปเป็น "เด็กคนนั้น" อีกครั้ง
เป็นสองคืนที่หากมากกว่านี้ คงอ้วน และเคยตัวกับความสุข

..
ซื้อขนมโตเกียวแถวหอเพื่อน พี่คนขายมาขายกับลูกสาวสองคน
ขายมาสิบกว่าปี ไม่รวย แต่ไม่มีหนี้ ก็พอมีพอกินก็อยู่ได้ มีความสุขดีด้วย
"รวย" มันแล้วแต่ว่าใครจะนิยามมันว่าอะไร
ฉันว่าพี่เค้ารวยนะ รวยความสุข กับชีวิตที่เรียบง่ายแบบนี้
เราเองเสียอีก ที่บางที, มันอาจเยอะเกินไป

..
ไปงานหนังสือ, เป็นสถานที่แห่งความรู้สึกจริงๆ
เคยเสียความรู้สึกก็ที่นี่ ความรู้สึกดีๆ ก็เคยเกิดขึ้นที่นี่ และยังคงเกิดขึ้นอยู่ ครั้งนี้ก็เช่นกัน

-- แวะไปที่บูธมูลนิธิเด็ก เจอพี่ผดุงกับพี่อ๊อฟ นักวาดการ์ตูนอยู่ที่บูธพอดี
ได้คุยกันเรื่องวาดรูปเยอะมาก พี่ผดุงนำงานเก่าๆ ของหอมหัวใหญ่มาให้ดู
แนะนำนู่นนั่นนี่ให้เราเยอะแยะ ขอบคุณมากจริงๆ
เต็มที่แบบไม่ห่วงหวัดเลย ซึ้งและดีใจมาก (หายเร็วๆ นะคะพี่)
พี่ผดุงวาดรูปให้ด้วย อยากบอกว่ารูปน่ารักกว่าตัวจริงโคตรๆ เลย (คนเป็นแบบเขินมากค่ะ)

-- น้องๆ และพี่ๆ ประจำบูธหนังสือ สนุกสนานได้ใจมาก
เดินผ่านความสนุกสนานของพวกคุณทีไร ทำให้ยิ้มได้ทุกที

-- เอาที่คั่นหนังสือไปให้พี่ชิงชิง พี่เค้าดูตื่นเต้นมาก ดีใจๆ
(แอบรู้สึกผิด เอาไปให้ตอนกำลังยุ่งๆ พอดี)

-- ปีนี้ไม่ได้เจอพี่เอ๋เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ได้แต่หนังสือที่(ยัง)ไร้ลายเซ็น
ไว้งานคราวหน้า หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาด เราคงได้เจอกัน ที่คั่นหนังสืออันนี้ก็รอไปก่อนแล้วกันเนอะ

-- เทศกาลงานหนังสือ เป็นเทศกาลแห่งครอบครัวจริงๆ
ลูกเด็กเล็กแดง ผู้เฒ่าผู้แก่ พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน แฟน นักอ่าน นักเขียน
เรียกว่าเป็นวันรวมญาติแห่งปีก็ว่าได้ แม้มันจะวุ่นวาย แต่ก็อบอุ่น
เพราะมองอีกที มันก็คือครอบครัวขนาดใหญ่ ที่เชื่อมกันไว้ด้วยตัวอักษร

-- พี่ๆ ไปรษณีย์ไทยน่ารักมาก มาช่วยพวกหนูแพ็คหนังสือลงกล่อง
คงเห็นมนุษย์สองคน หน้ามึนๆ หันรีหันขวาง และขวางทางชาวบ้านด้วย เลยช่วยสงเคราะห์ให้
ขอบคุณนะคะ พวกพี่ใจดีจริงๆ

-- เอาหนังสือไปให้พี่หยอยเซ็นที่บูธฟูลสต๊อป เอาการ์ดไปให้
แอบรู้สึกผิดจัง เกรงใจมากด้วย พี่หยอยหันมาเห็นเลยละห่อข้าวที่กำลังกินอยู่มาเซ็นให้ทันที
เป็นการเซ็นให้ด้วยใจจริงๆ (ทุ่มเทมากพี่)

พี่หยอยคือนักวาดอีกคนที่รู้จักด้วยความบังเอิญในงานหนังสือคราวที่แล้ว
แต่พอได้รู้จัก ได้อ่านงาน ดูงาน ก็ประทับใจมาก
บอกพี่หยอยไปว่า อ่านพายุแล้ว มันทำเอาใจสั่น น้ำตาซึมเลย
พี่ดูอึ้งๆ นะคะ แต่มันเป็นเรื่องจริง

สำหรับฉัน ถ้าประทับใจอะไรมากๆ รู้สึกกับอะไรมากๆ
มันจะตื้นตันจนน้ำตาซึม (อันนี้ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับหนูนะคะพี่)

ขอบคุณ, ที่ทำให้ฉันยังรู้สึกดีกับการทำอะไรด้วยความรู้สึก ด้วยหัวใจ
ที่มันไม่ได้มีค่าและมีความหมายแค่กับเราเพียงคนเดียว

-- ดีใจที่คนมางานหนังสือด้วยเป็นเพื่อนคนนี้
ไม่เบื่อ ไม่บ่น ไม่ว่า ไม่รำคาญ เมื่อฉันขอไปเจอ ไปต่อแถวขอลายเซ็นนักเขียนเยอะแยะ

เพราะมันเข้าใจ

ว่า "การพบเจอ" หรือ "ขอลายเซ็น" สำหรับฉันมันมีความหมาย ไม่ใช่แค่ลายมือยึกยือบนปกใน
แต่มันคือการแสดงให้นักเขียนหรือคนทำงานชิ้นนั้น ได้รู้ว่า มีคนที่ชอบและชื่นชมสิ่งที่คุณทำอยู่
อย่างน้อยหนึ่งคน ทำมันต่อไปนะ

สำหรับฉัน, นั่นเป็นวิธีส่งกำลังใจให้กับคนทำงานดีๆ เหล่านี้


..
สิ่งละอันพันละน้อยที่เกิดขึ้นในทริปเล็กๆ ระยะเวลาสั้นๆ อันที่จริงก็เป็นเพียงเรื่องธรรมดาสำหรับคนทั่วไป

แต่สำหรับฉัน มันไม่ใช่
"ความสุข จากเรื่องเล็กๆ" เหล่านี้ มีค่าและมีความหมายมากกว่านั้น

อย่างน้อยพลังใจจากความสุข มันก็ทำให้งานกองโต
เรื่องที่ยังหาทางออกไม่ได้ที่รออยู่หลังจากนี้ ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายหรือเครียดเคร่งเกินไป

และที่สำคัญ มันทำให้ฉันรู้ว่า
...ชีวิต ไม่ได้ต้องการอะไรมากนักหรอก เพียงความสุขเล็กๆ แบบนี้ ก็คุ้มค่าแล้ว...

 
.
.
.

ขอบคุณชีวิต
ขอบคุณสิ่งที่ทำให้เราได้มาเจอกัน
ขอบคุณสิ่งที่ทำให้เรารู้จักกัน
ขอบคุณความสวยงาม ความสุข ที่ทำให้ฉันรู้สึกว่า

ชีวิตนี้มันคุ้มค่าจริงๆ