มันเริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆ เพียงแค่ชวนเพื่อนไปงานสัปดาห์หนังสือ
โดยไม่ได้คาดคิด มันได้กลายเป็นทริป(ที่ยิ่งกว่า)เล็กๆ สั้นๆ และแสนจะธรรมดา
แต่คงจะอยู่ในความทรงจำของมนุษย์เล็กๆ คนนี้ไปอีกนาน

ออกจากนครปฐมกับกระเป๋าเสื้อผ้าเล็กๆ หนึ่งใบ เดินทางเข้ากรุงเทพอีกครั้ง
เพียงไม่กี่เดือนแต่ทำไมมันช่างรู้สึกไม่คุ้นเคยเลยสักนิด ทั้งรถรา ผู้คน ถนนหนทาง
หากจะวาดเป็นภาพแทนความรู้สึก ณ ขณะนั้น

คงเป็นภาพที่มนุษย์คนหนึ่งก้าวเท้าอย่างเนิบช้า ท่ามกลางผู้คนและสภาพแวดล้อมที่พร่าเลือน

แต่ความวุ่นวายภายนอก มันกลับทำให้ฉันได้ยินเสียงความคิด ความรู้สึกของตัวเองได้ชัดขึ้น

และที่สำคัญ มันทำให้ได้รู้ชัดว่า
ความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานที่  แต่มันอยู่ที่ "บุคคล" ที่เราอยู่ด้วยมากกว่า

..
ไปตัดผม ได้คุยกับพี่ช่างหลายเรื่อง เรื่องอาชีพ เรื่องเรียน เรื่องความไม่แน่นอนของชีวิต
ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ เรื่องจิปาถะมากมาย ตั้งแต่คำถามหนักๆ ไปจนถึงคำถามที่ว่า

"น้อง ไม่เจอกันนาน พี่อ้วนขึ้นมั้ย?"
"ไม่อ้วนนะ พี่ก็เหมือนหนูนั่นแหละ กินดีอยู่ดีเกิน"

เป็นการตัดผมที่มีความสุขมาก เหมือนได้กลับมาหาพี่ เพื่อน ที่สองสามเดือนได้เจอกันครั้งหนึ่ง

..
ค้างกับเพื่อนสนิท ได้คุยกันหลายเรื่อง ได้บ้าบอด้วยกัน ได้แบ่งปันสุขทุกข์ที่ผ่านมา ได้นินทาชาวบ้าน
ได้เชียร์เดอะสตาร์ด้วยกัน แม้จอทีวีจะเล็กเท่าฝ่ามือ ได้เพ้อฝันด้วยกัน ไปจนถึงเพ้อเจ้อด้วยกัน
เป็นสองคืนที่ได้ใช้ชีวิตแบบตามใจฉัน แบบไม่มีตารางชีวิตและหน้าที่มากำหนด
เป็นสองคืนที่กินกระจาย และได้กลับไปเป็น "เด็กคนนั้น" อีกครั้ง
เป็นสองคืนที่หากมากกว่านี้ คงอ้วน และเคยตัวกับความสุข

..
ซื้อขนมโตเกียวแถวหอเพื่อน พี่คนขายมาขายกับลูกสาวสองคน
ขายมาสิบกว่าปี ไม่รวย แต่ไม่มีหนี้ ก็พอมีพอกินก็อยู่ได้ มีความสุขดีด้วย
"รวย" มันแล้วแต่ว่าใครจะนิยามมันว่าอะไร
ฉันว่าพี่เค้ารวยนะ รวยความสุข กับชีวิตที่เรียบง่ายแบบนี้
เราเองเสียอีก ที่บางที, มันอาจเยอะเกินไป

..
ไปงานหนังสือ, เป็นสถานที่แห่งความรู้สึกจริงๆ
เคยเสียความรู้สึกก็ที่นี่ ความรู้สึกดีๆ ก็เคยเกิดขึ้นที่นี่ และยังคงเกิดขึ้นอยู่ ครั้งนี้ก็เช่นกัน

-- แวะไปที่บูธมูลนิธิเด็ก เจอพี่ผดุงกับพี่อ๊อฟ นักวาดการ์ตูนอยู่ที่บูธพอดี
ได้คุยกันเรื่องวาดรูปเยอะมาก พี่ผดุงนำงานเก่าๆ ของหอมหัวใหญ่มาให้ดู
แนะนำนู่นนั่นนี่ให้เราเยอะแยะ ขอบคุณมากจริงๆ
เต็มที่แบบไม่ห่วงหวัดเลย ซึ้งและดีใจมาก (หายเร็วๆ นะคะพี่)
พี่ผดุงวาดรูปให้ด้วย อยากบอกว่ารูปน่ารักกว่าตัวจริงโคตรๆ เลย (คนเป็นแบบเขินมากค่ะ)

-- น้องๆ และพี่ๆ ประจำบูธหนังสือ สนุกสนานได้ใจมาก
เดินผ่านความสนุกสนานของพวกคุณทีไร ทำให้ยิ้มได้ทุกที

-- เอาที่คั่นหนังสือไปให้พี่ชิงชิง พี่เค้าดูตื่นเต้นมาก ดีใจๆ
(แอบรู้สึกผิด เอาไปให้ตอนกำลังยุ่งๆ พอดี)

-- ปีนี้ไม่ได้เจอพี่เอ๋เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ได้แต่หนังสือที่(ยัง)ไร้ลายเซ็น
ไว้งานคราวหน้า หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาด เราคงได้เจอกัน ที่คั่นหนังสืออันนี้ก็รอไปก่อนแล้วกันเนอะ

-- เทศกาลงานหนังสือ เป็นเทศกาลแห่งครอบครัวจริงๆ
ลูกเด็กเล็กแดง ผู้เฒ่าผู้แก่ พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน แฟน นักอ่าน นักเขียน
เรียกว่าเป็นวันรวมญาติแห่งปีก็ว่าได้ แม้มันจะวุ่นวาย แต่ก็อบอุ่น
เพราะมองอีกที มันก็คือครอบครัวขนาดใหญ่ ที่เชื่อมกันไว้ด้วยตัวอักษร

-- พี่ๆ ไปรษณีย์ไทยน่ารักมาก มาช่วยพวกหนูแพ็คหนังสือลงกล่อง
คงเห็นมนุษย์สองคน หน้ามึนๆ หันรีหันขวาง และขวางทางชาวบ้านด้วย เลยช่วยสงเคราะห์ให้
ขอบคุณนะคะ พวกพี่ใจดีจริงๆ

-- เอาหนังสือไปให้พี่หยอยเซ็นที่บูธฟูลสต๊อป เอาการ์ดไปให้
แอบรู้สึกผิดจัง เกรงใจมากด้วย พี่หยอยหันมาเห็นเลยละห่อข้าวที่กำลังกินอยู่มาเซ็นให้ทันที
เป็นการเซ็นให้ด้วยใจจริงๆ (ทุ่มเทมากพี่)

พี่หยอยคือนักวาดอีกคนที่รู้จักด้วยความบังเอิญในงานหนังสือคราวที่แล้ว
แต่พอได้รู้จัก ได้อ่านงาน ดูงาน ก็ประทับใจมาก
บอกพี่หยอยไปว่า อ่านพายุแล้ว มันทำเอาใจสั่น น้ำตาซึมเลย
พี่ดูอึ้งๆ นะคะ แต่มันเป็นเรื่องจริง

สำหรับฉัน ถ้าประทับใจอะไรมากๆ รู้สึกกับอะไรมากๆ
มันจะตื้นตันจนน้ำตาซึม (อันนี้ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับหนูนะคะพี่)

ขอบคุณ, ที่ทำให้ฉันยังรู้สึกดีกับการทำอะไรด้วยความรู้สึก ด้วยหัวใจ
ที่มันไม่ได้มีค่าและมีความหมายแค่กับเราเพียงคนเดียว

-- ดีใจที่คนมางานหนังสือด้วยเป็นเพื่อนคนนี้
ไม่เบื่อ ไม่บ่น ไม่ว่า ไม่รำคาญ เมื่อฉันขอไปเจอ ไปต่อแถวขอลายเซ็นนักเขียนเยอะแยะ

เพราะมันเข้าใจ

ว่า "การพบเจอ" หรือ "ขอลายเซ็น" สำหรับฉันมันมีความหมาย ไม่ใช่แค่ลายมือยึกยือบนปกใน
แต่มันคือการแสดงให้นักเขียนหรือคนทำงานชิ้นนั้น ได้รู้ว่า มีคนที่ชอบและชื่นชมสิ่งที่คุณทำอยู่
อย่างน้อยหนึ่งคน ทำมันต่อไปนะ

สำหรับฉัน, นั่นเป็นวิธีส่งกำลังใจให้กับคนทำงานดีๆ เหล่านี้


..
สิ่งละอันพันละน้อยที่เกิดขึ้นในทริปเล็กๆ ระยะเวลาสั้นๆ อันที่จริงก็เป็นเพียงเรื่องธรรมดาสำหรับคนทั่วไป

แต่สำหรับฉัน มันไม่ใช่
"ความสุข จากเรื่องเล็กๆ" เหล่านี้ มีค่าและมีความหมายมากกว่านั้น

อย่างน้อยพลังใจจากความสุข มันก็ทำให้งานกองโต
เรื่องที่ยังหาทางออกไม่ได้ที่รออยู่หลังจากนี้ ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายหรือเครียดเคร่งเกินไป

และที่สำคัญ มันทำให้ฉันรู้ว่า
...ชีวิต ไม่ได้ต้องการอะไรมากนักหรอก เพียงความสุขเล็กๆ แบบนี้ ก็คุ้มค่าแล้ว...

 
.
.
.

ขอบคุณชีวิต
ขอบคุณสิ่งที่ทำให้เราได้มาเจอกัน
ขอบคุณสิ่งที่ทำให้เรารู้จักกัน
ขอบคุณความสวยงาม ความสุข ที่ทำให้ฉันรู้สึกว่า

ชีวิตนี้มันคุ้มค่าจริงๆ


 

Comment

Comment:

Tweet

Do you see that you make great investigation about this post. Keep on performing this! Students buy essay about it opting for the custom writing services.

#6 By MeredithBaldwin35 (31.184.236.16) on 2011-12-25 06:08

^
^
ใช่ค่ะ หญิงสาวยิ้มหวานในชุดส้มนั่นล่ะค่ะ พี่ชิงชิง
confused smile

#5 By moofisho on 2011-04-04 22:40

ผมชื่อดินเหนียวนะครับ ในฐานะคนชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน ผมอยากรู้จักพี่ชิงชิงมากเลย ผมเคยเห็นเเต่นิ้วกลม(ในภาพถ่าย)
คืออยากถามว่าพี่ผู้หญิงเสื้อเเดงคนนั้นใช่พี่ ชิงชิง หรือเปล่าครับ?

เคยอ่านหนังสือ the soundtrack of my love ของพี่นิ้วกลมเเล้วเกิดอยากรู้มากครับ

รบกวนหน่อยนะครับ พอดียังเป็นหน้าใหม่ของวงการ(อ่าน)หนังสือเลยทำอะไร เห็นอะไรก็ต้องถามไปทั่ว

ยินดีครับที่ได้รู้จัก



open-mounthed smile

#4 By ดินเหนียว on 2011-04-04 18:01

Hot! ชอบงานหนังสือเหมือนกัน
รู้สึกว่าเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดในรอบปี (สำหรับเรา)

ไม่รู้ว่า คนอื่น ที่มีความสนใจด้านอื่นๆ จะมีการให้ความสำคัญกับแต่ละงาน แตกต่างกันออกไปหรือเปล่า
แต่สำหรับเรา รอคอยมากๆ

#3 By [ Sai ];charot on 2011-04-04 13:09

มีหลายเล่มที่เราเหมือนกันนะคะ
มีความรู้สึกกับ เวลาและสถานที่เนอะ

สถานที่ไม่สำคัญเท่าผู้ร่วมเดินทาง

big smile big smile big smile

#2 By inthebee on 2011-04-03 23:08

Hot! Hot! Hot!
เพียงเราสัังเกตดีๆ ความสุขก็อยู่ใกล้กว่าที่คิดbig smile